วันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Hypnobirth

การสะกดจิตบำบัดเพื่อลดความเจ็บปวดจากการคลอดลูกด้วยวิธีธรรมชาติ (Hypnobirth)



Hypnobirth หรือ การสะกดจิตบำบัดเพื่อลดความเจ็บปวดจากการคลอดลูกด้วยวิธีธรรมชาติ เป็นการสะกดจิตบำบัดที่มีจุดประสงค์ในการช่วยเหลือคุณแม่ทั้งหลายให้สามารถคลอดลูกเองโดยวิธีธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องตื่นกลัวหรือเจ็บปวดแต่อย่างใด โปรแกรม hypnobirth ถูกออกแบบมาเพื่อมอบคำแนะนำให้กับจิตใต้สำนึกของเหล่าคุณแม่ให้เชื่อมั่นในวิถีของธรรมชาติ เมื่อความเชื่อมั่นเกิดขึ้นร่างกายและจิตใจก็จะสามารถผ่อนคลายได้แม้กระทั่งในช่วงเวลาที่เจ้าตัวน้อยกำลังจะออกมาสู่โลกใบนี้ โปรแกรมนี้สามารถช่วยให้คุณแม่คลอดลูกตามวิธีธรรมชาติได้ด้วยความภาคภูมิใจ สงบ ผ่อนคลาย อบอุ่น และสามารถควบคุมตนเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้พวกเธอได้ดื่มด่ำกับรางวัลที่ธรรมชาติได้มอบให้อย่างเต็มที่ จดจำช่วงเวลาที่แสนจะน่าประทับใจได้ในทุก ๆ วินาทีโดยไม่ต้องผ่านการกรีดร้องอย่างเจ็บปวดอีกต่อไป

ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา การทำ hypnobirth หรือการสะกดจิตบำบัดเพื่อคลอดลูกกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่คุณแม่ทั้งหลายที่ประเทศอังกฤษ แม้กระทั่งเจ้าหญิงเคท มิดเดิลตัลเองก็ใช้โปรแกรม hypnobirth เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาความเจ็บปวดระหว่างคลอดเช่นกัน
แม่ ๆ ที่ใช้โปรแกรม hypnobirth นี้ จะสามารถคลอดลูกเองแบบธรรมชาติโดยเจ็บปวดน้อยที่สุดโดยไม่จำเป็นต้องใช้ยาระงับความปวดใด ๆ ทั้งสิ้น ในขณะที่หลาย ๆ คนแทบจะไม่มีความเจ็บปวดเลยด้วยซ้ำ โปรแกรมนี้ช่วยให้พวกเธอสามารถเข้าใจถึงสิ่งที่พวกเธอ (และร่างกายของเธอ) กำลังจะต้องเจอ  พวกเธอจะสามารถเอาชนะความหวาดกลัว ความวิตกกังวลต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง  สิ่งเหล่านี้จึงช่วยให้บรรดาคุณแม่ ๆ ที่ใช้โปรแกรม hypnobirth สามารถผ่านประสบการณ์อันสวยงามที่สุดที่ธรรมชาติได้สรรค์สร้างมาให้กับพวกเธออย่างสงบ ผ่อนคลาย และปลอดภัยอย่างไม่น่าเชื่อ
สิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดของโปรแกรม hypnobirth ไม่ได้อยู่ที่การทำให้คุณแม่สามารถคลอดลูกเองโดยไม่ต้องเจ็บปวด แต่ความน่าทึ่งของมันอยู่ที่ลูกน้อยของพวกเธอต่างหาก เมื่อการคลอดเป็นการคลอดที่แสนสงบ อ่อนโยน และปลอดจากยาสำหรับคุณแม่ นั่นก็หมายถึงมันย่อมเป็นการคลอดที่แสนสงบ อ่อนโยน และปลอดจากยาสำหรับเจ้าตัวน้อยของพวกเธอเช่นกัน  การคลอดเป็นประสบการณ์แรกของทารกทุก ๆ คน และประสบการณ์แรกนี้ย่อมเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับชีวิตของพวกเขาในอนาคต เมื่อการคลอดเป็นไปอย่างสงบ มันจึงทำให้เหล่าทารกมีแนวโน้มที่จะเป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย สงบ พัฒนาการไว หลับง่าย และโตเร็ว
โปรแกรมนี้ได้พิสูจน์ตัวเองหลายต่อหลายครั้งแล้วว่ามันสามารถช่วยให้คุณแม่ทั้งหลายสามารถมีประสบการณ์คลอดตามธรรมชาติได้อย่างสงบ เหมาะสม และยอดเยี่ยมที่สุด





ศูนย์ให้คำปรึกษาและสะกดจิตบำบัด



วันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ความถนัดของระบบประสาท

คนเราเกิดมาด้วยถนัดที่แตกต่างกัน การใช้งานระบบประสาทในการรับรู้และเข้าใจถึงสิ่งต่างๆ ในคนแต่ละคนก็มีความถนัดที่แตกต่างกันออกไป

ใน NLP แบ่งความถนัดในการใช้ระบบประสาทรับรู้ข้อมูลต่างๆ ของมนุษย์อกเป็น 3 พวกใหญ่ๆ ด้วยกัน คือ ถนัดการรับรู้ด้วยภาพ(V) ถนัดการรับรู้ด้วยเสียง(A) ถนัดการรับรู้ด้วยสัมผัส(K)

คนเราโดยส่วนใหญ่ถนัดการรู้ด้วยภาพมากที่สุด ทั้งนี้ก็เพราะว่าในชีวิตประจำวันเราใช้ประสาทสายตาในการรับรู้สิ่งต่างๆ มากที่สุด การทำความเข้าใจด้วยการมองเห็นจึงเป็นความถนัดที่คนส่วนใหญ่มี ดังนั้นอย่างแปลกใจที่การบรรยายอธิบายต่างๆ จึงมีคำแนะนำให้มีภาพประกอบควบคู่ไปด้วยเพื่อเร่งกระบวนการเรียนรู้ของผู้รับให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด

คนอีกส่วนหนึ่งถนัดการรับรู้ด้วยเสียง คำว่าเสียงในที่นี้เสียงที่เราได้ยินและเสียงที่เกิดจากการนึกคิดทบทวนภายในหัวของเรา ดังนั้นสำหรับคนกลุ่มนี้ เหตุผล ข้อมูล รวมไปถึงการตั้งคำถามต่างๆ จึงเป็นตัวกระตุ้นให้เขาเกิดการซึมซับการเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่

อีกส่วนหนึ่งซึ่งอาจจะน้อยที่สุดนั่นก็คือถนัดทางการสัมผัส หมายถึงจะต้องมีการสัมผัสหรือลงมือทำด้วยตนเองจึงจะเข้าถึงการเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่

การใช้สื่อให้ถูกต้องกับความถนัดของผู้รับสารนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าต้องการให้การสื่อสารมันง่าย ก็ควรเลือกใช้สื่อที่ถูกต้องกับความถนัดของผู้รับสารด้วยครับ




ศูนย์ให้คำปรึกษาและสะกดจิตบำบัด


Hypnosis and Neuro Science

ถ้ามองในมุมมองของประสาทวิทยา (Neuro Science) เมื่อสมองของเราได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มันจะสร้างสารสื่อประสาทหรือนิวรอนขึ้นมาบันทึกข้อมูลเหล่านั้นเอาไว้ เมื่อสมองของเราทำงานมันจะเรียกข้อมูลต่างๆ กลับมาใช้ใหม่จากบรรดานิวรอนนับล้านๆ ตัวที่เราได้สะสมเอาไว้ (ดังนั้นเราจึงไม่สามารถทำอะไรก็ตามที่เรายังไม่เคยรู้ได้) 

ถ้าเราได้เรียนรู้เรื่องนั้นซ้ำๆ หรือมีการใช้งานข้อมูลเรื่องนั้นบ่อยๆนิวรอนที่บรรจุข้อมูลนั้นเอาไว้ก็จะเจริญเติบโตขึ้นตามจำนวนครั้งที่มันถูกใช้งานหรือได้รับการบันทึกซ้ำ

ในที่สุดเมื่อนิวรอนตัวนั้นเจริญเติบโตจนถึงจุดหนึ่ง มันก็จะเริ่มทำงานแบบอัตโนมัติ ทำงานอย่างรวดเร็ว ก่อนและเหนื่อนิวรอนตัวอื่นๆ

นั่นคือจุดที่เกิดสิ่งที่เรียกว่าจิตใต้สำนึก

สำหรับกระบวนการ Hypnosis มันว่าด้วยเรื่องของการสร้างนิวรอนตัวหนึ่งขึ้นมา และเลี้ยงมันให้โตที่สุดด้วยระยะเวลาที่สั้นที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ โดยผ่านเงื่อนไขกระบวนการต่างๆ ที่เราทำในระหว่างทำ Hypnosis ครับ




ศูนย์ให้คำปรึกษาและสะกดจิตบำบัด


NLP Notation Strategy


• V = Visual การมองเห็นภาพ
• Vi = Visual Internal การมองเห็นจากภายใน
• Ve = Visual External การมองเห็นภาพจากภายนอก
• Vir = Visual Internal Remember การมองเห็นจากภายในด้วยความทรงจ
• Vic = Visual Internal Constructed การมองเห็นจากภายในด้วยการสร้างสรรค์
• Vd = Visual Digital การมองที่ผสมผสานกันระหว่างความจำและสร้างสรรค์ เช่นการอ่านหนังสือ

• A = Auditory การได้ยินเสียง
• Ai = Auditory Internal การได้ยินเสียงจากภายใน
• Ae = Auditory External การได้ยินเสียงจากภายนอก
• Air = Auditory Internal Remember การได้ยินเสียงจากภายในด้วยความทรงจำ
• Aic = Auditory Internal Constructed การได้ยินเสียงจากภายในด้วยการสร้างสรรค์
• At = Auditory Tonal เสียงที่ได้ยิน
• Ad = Auditory Digital ถ้อยคำที่ได้ยิน
• Aid = Auditory Internal Dialogue เสียงพูดกับตัวเอง

• K = Kinesthetic การรู้สึกสัมผัส
• Ki = Kinesthetic Internal การรู้สึกสัมผัสจากภายใน
• Ke = Kinesthetic External การรู้สึกสัมผัสจากภายนอก
• Kir = Kinesthetic Internal Remember การรู้สึกสัมผัสจากภายในด้วยความทรงจำ
• Kic = Kinesthetic Internal Constructed การรู้สึกสัมผัสจากภายในด้วยการสร้างสรรค์
• K+ = Kinesthetic Positive ความรู้สึกที่เป็นบวก รู้สึกดี
• K- = Kinesthetic Negative ความรู้สึกที่เป็นลบ รู้สึกไม่ดี
• Km = Feeling about the last step (Meta Feelings) ความรู้สึกสุดท้าย




ศูนย์ให้คำปรึกษาและสะกดจิตบำบัด


Double Bind

สมัยก่อนจำได้ว่าไปกินข้าวแถวๆท่าพระจันทร์ พอสั่งข้าวเสร็จลุงเจ้าของร้านที่เป็นคนรับออเดอร์ก็ยิงคำถามมาว่า "ชาดำเย็นหรือโค้กครับ" ยิงมาแบบนี้ จะหาคนรอดตายตอบว่าน้ำแข็งเปล่าได้นั้นคงจะมีไม่เยอะนัก กลยุทธการเพิ่มยอดของลุงแกที่ว่านี้ก็คือสิ่งที่เรียกว่า Double Bind ใน NLP ซึ่งปรากฏอยู่ทั้่งใน Meta Model และ Milton Model

คำว่า Double Bind นั้นหมายถึงการที่เรากำลังถูกบีบบังคับด้วยทางเลือกเพียง 2 ทาง ซึ่งทำให้เราต้องเลือกอย่างหนึ่งอย่างใดด้วยความจำยอม ซึ่ง NLP มองว่าโดยพื้นฐานแล้วมันเป็นสัญญาณของปัญหา

วอจิเนีย ซเทียร์ ปรมาจารย์นักครอบครัวบำบัดผู้เป็นหนึ่งในโมเดลที่สำคัญของ NLP กล่าวว่า มันจะดีเสมอถ้าเรามีทางเลือกมากกว่าสองขึ้นไป การมีแค่สองหรือน้อยกว่านั้นเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่เรียกว่าปัญหา

ในจิตใจของเราก็เช่นกัน บ่อยครั้งที่เราปล่อยให้เกิดสภาวะ Double Bind ขึ้น คือกำหนดทางเลือกเอาไว้แค่สองทางอย่างตายตัว ไม่สามารถปรับเปลี่ยนยืดหยุ่นไปสู่ทางเลือกที่สามได้ ซึ่งมันจะแสดงออกมาในรูปของคำพูดที่ใช้กล่าวถึงปัญหาบางอย่าง เช่น

"ถ้าฉันไม่ทำแบบนั้น ฉันก็ต้องแย่" คือมีแค่สองทางระหว่างทำอย่างนั้นกับแย่ ไม่มีอย่างนู้น อย่างโน้น อย่างนี้หรืออย่างไหนให้เป็นตัวเลือกเพิ่มเติมอีก

ใน Meta Model ของ NLP แนะนำให้ทำลายความเป็น Double Bind ในใจทิ้งไปด้วยคำถามที่กระตุ้นเตือนให้รู้ว่ามันไม่จำเป็นจะต้องมีแค่สองทาง ทางอื่นๆ ก็มีได้ถ้ายอมยืดหยุ่นเสียหน่อย เมื่อสภาวะ Double Bind ถูกทำลายไป ปัญหาความยุ่งยากในใจก็ถูกคลี่คลายตามไปด้วย

ส่วน Milton Model ของ NLP นั้นทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม เพราะบ่อยครั้งในภาวะการสะกดจิต(Hypnosis) นักสะกดจิตจะใช้ถ้อยคำในลักษณะที่เป็น Double Bind เพื่อบีบให้ผู้รับการสะกดจิตยอมจำนนต่อตัวเลือกที่พวกเขาสร้างขึ้นน ซึ่งไม่ว่าจะเลือกอันไหนก็เข้าทางทั้งนั้น

ไม่ต่างอะไรจากคุณลุงเจ้าของนั้นเลย 






ศูนย์ให้คำปรึกษาและสะกดจิตบำบัด


วันศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

The Fundamental of Hypnosis and NLP 2556 / 1

ภาพจากงานอบรม The Fundamental of Hypnosis and NLP
รุ่นที่ 1 ประจำปี 2556
ณ. The Counseling and Hypnotherapy Center(CHC) สุขุมวิท 64

Mirror Neuron

Mirror Neuron (ระบบประสาทกระจกเงา) เป็นกลไกธรรมชาติอย่างหนึ่งของมนุษย์ครับ เหมือนกลไกจำพวกร้อนแล้วต้องเหงื่อออกเพื่อระบายความร้อนหรือหนาวแล้วตัวสั่นเพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อให้อบอุ่น แต่อันนี้เป็นกลไกระบบประสาทสำหรับการเรียนรู้ 

ธรรมชาติสร้าง Mirror Neuron นี้มาเพื่อช่วยให้เราลดระยะเวลาในการเรียนรู้ลงทำให้สามารถวิวัฒนาการได้เร็วกว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นๆ เช่นเวลาเราเห็นคนตกน้ำตาย ระบบประสาทของเรามันจะพยามก๊อปปี้ความรู้สึกของคนตายที่เราเห็นเข้ามาในระบบประสาททำให้เราเกิดความกลัวและเรียนรู้ได้ทันทีที่จะหลีกเลี่ยงอัตรายตรงนี้ได้โดยที่ไม่ต้องมีเสี่ยงหรือการเสียเวลาประสบกัยเหตุการณ์นั้นโดยตรง

สำหรับการเรียนรู้อื่นๆ ก็เช่นกัน

เช่นเมื่อพ่อแม่หรือแม้แต่พี่เลี้ยงแสดงความโกรธด้วยความก้าวร้าวด่าทอด้วยคำหยาบๆ เด็กก็จะก๊อปปี้พฤติกรรมเหล่านี้ไปด้วยโดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้เองโดยตรงว่าเมื่อฉันโมโหฉันควรจะต้องตอบสนองอย่างไร


สมองและระบบประสาทของมนุษย์มันก็เป็นแบบนี้ มันถูกออกแบบมาให้พัฒนาได้รวดเร็วแต่ความเร็วของมันก็เป็นข้อเสียในตัวเองในแง่ของการถอดแบบไม่เลือกและโดยไม่รู้ตัว

จะเป็นเรื่องร้ายหรือดีมันก็จะเป็นอย่างนี้หมด เพราะมันเป็นกลไกระบบประสาท ไม่ใช้เรื่องของความคิดหรือจริยธรรมอะไรทั้งนั้น มันทำของมันไปตามธรรมชาติของมันโดยที่เราไม่มีสิทธ์เลือก


ดังนั้นสำหรับพ่อแม่ที่ชอบอ้างว่า "ลูกฉันเป็นเด็กฉลาดรู้จักแยกแยะหรอกย่ะ!!!"

.... ใครคิดแบบนี้เตรียมตัวเตรียมใจไว้ได้เลยครับ 



การสะกดจิต สะกดจิตบำบัด NLP เอ็นแอลพี จิตบำบัด สะกดจิตบำบัด เอ็นแอลพี โปรแกรมภาษาระบบประสาท
การสะกดจิต สะกดจิตบำบัด NLP เอ็นแอลพี จิตบำบัด สะกดจิตบำบัด เอ็นแอลพี โปรแกรมภาษาระบบประสาท
การสะกดจิต สะกดจิตบำบัด NLP เอ็นแอลพี จิตบำบัด สะกดจิตบำบัด เอ็นแอลพี โปรแกรมภาษาระบบประสาท
การสะกดจิต สะกดจิตบำบัด NLP เอ็นแอลพี จิตบำบัด สะกดจิตบำบัด เอ็นแอลพี โปรแกรมภาษาระบบประสาท




ศูนย์ให้คำปรึกษาและสะกดจิตบำบัด

Inner Evil

ถ้าเปรียบปัญหาที่มีอยู่ภายในจิตใจเป็นเหมือนผีร้ายที่สิงสู่อยู่ภายในร่างกายของเรา คอยเกาะกินชีวิตของเราจิตวิญญาณของเรารวมไปถึงอนาคตของเรา

เมื่อถึงวันหนึ่ง วันที่เราตระหนักได้ว่ามีผีร้ายกำลังเกาะกินชีวิตของเราอยู่

การเข้าสู่กระบวนการขับไล่ผีร้ายคือสิ่งที่เราต้องการ

แต่การไปสูกระบวนการเหล่านั้นผีร้ายย่อมรู้ดี มันย่อมไม่ต้องการถูกกำจัด มันย่อมต้องการที่จะดำรงตนอยู่ภายในร่างกายของเราตลอดไป

ด้วยประการนี้สิ่งที่ผีร้ายจะทำก็คือมันจะสร้างความรู้สึกที่ว่า

"เหลวไหลน่า" "ไร้สาระ" "ไม่ได้ผลหรอก" "เสียเวลาเปล่า" "ถูกหลอกแน่ไ" "อันตราย" "อยู่เฉยๆดีกว่า" บลาๆๆๆๆ

ถ้าเราหลงเชื่อ เราจะขังตัวอยู่อยู่ภายในขอบเขตความเคยชินเดิม เราจะมีความสุขและความมั่นคงที่ไม่ต้องเปลี่ยนแปลง นั่นหมายความว่าผีร้ายจะยังคงอยู่และจะอยู่ต่อไปเรื่อยๆ

ดังนั้นก่อนจะปราบผีร้ายลงได้ สิ่งแรกที่เราจะต้องทำให้ได้ก็คือการเอาชนะสิ่งที่ผีร้ายสร้างขึ้น

จงเอาชนะความรู้สึกที่คอยกักขังคุณเอาไว้

ถ้าคุณชนะได้ ผีร้ายจะเกรงกลัวตัวอำนาจของเราอย่างแสนสาหัส

มันจะไม่สามารถดำรงอยู่อย่างมีฤิทธิ์ภายในตัวของเราได้อีกเลย ....แม้แต่นาทีเดียวก็ตาม



การสะกดจิต สะกดจิตบำบัด NLP เอ็นแอลพี จิตบำบัด สะกดจิตบำบัด เอ็นแอลพี โปรแกรมภาษาระบบประสาท
การสะกดจิต สะกดจิตบำบัด NLP เอ็นแอลพี จิตบำบัด สะกดจิตบำบัด เอ็นแอลพี โปรแกรมภาษาระบบประสาท
การสะกดจิต สะกดจิตบำบัด NLP เอ็นแอลพี จิตบำบัด สะกดจิตบำบัด เอ็นแอลพี โปรแกรมภาษาระบบประสาท
การสะกดจิต สะกดจิตบำบัด NLP เอ็นแอลพี จิตบำบัด สะกดจิตบำบัด เอ็นแอลพี โปรแกรมภาษาระบบประสาท


ศูนย์ให้คำปรึกษาและสะกดจิตบำบัด

พลังจิตที่แท้จริง

เหตุเกิดในคลาสเรียนสะกดจิต (Hypnosis) แห่งหนึ่ง หลังจากที่ผ่านการเรียนและฝึกการสะกดจิตมาอย่างเข้มข้นแล้ว อาจารย์ที่สอนก็ให้นักเรียนเอาเก้าอี้มานั่งล้อมวงกัน จากนั้นก็จุดเทียนขึ้นหนึ่งเล่มแล้วบอกว่า

"พวกเธอได้เรียนรู้ถึงเคล็ดลับในการสะกดจิต รวมไปถึงได้เรียนรู้ถึงพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของจิตใต้สำนึกอย่างเต็มที่นี้แล้ว ในท้ายที่สุดนี้จะเป็นการทดสอบความแข็งแกร่งของอำนาจจิตของพวกเธอทุกคน โดยการให้พวกเราทุกคนร่วมกันใช้พลังจิตที่เข้มแข็งดับเปลวไฟจากเทียนนี้ให้จงได้"

แค่ฟังโจทย์เท่านั้นนักเรียนทุกคนก็ตาลุกวาว ต่างตั้งหน้าตั้งตาเพ่งกันไปที่เปลวเทียนนี้กันเป็นการใหญ่ แน่นอนทุกคนต้องการให้เทียนดับให้จงได้ เพื่อการนี้บางคนก็พยามเค้นพลังอำนาจจิตของตนเสียจนหน้าแดงน้ำตาไหล บางคนก็พนายามดิ่งเข้าสู่ห้วงภวังค์ลึกเพื่อดึงเอาอำนาจจิตใต้สำนึกของตนเองออกมาให้ได้มากที่สุด

แต่ทว่า .......

ผ่านไปหลายสิบนาทีแล้วก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเกิดอะไรขึ้นเลยแม้แต่น้อยนิด บางคนเริ่มมองหน้ากัน บางคนเริ่มรู้สึกลำบากใจ

พลังจิตของพวกเรายังไม่เพียงพออย่างนั้นหรือ?

ในที่สุดก็มีนักเรียนคนหนึ่ง ลุกขึ้นยืน แล้วเดินออกไปที่หน้าห้อง สิ่งที่เขาทำได้ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง นั่นก็คือ

เขาเป่าเทียนให้มันดับลง!!!

ทันใดนั้นเอง อาจารย์ก็พูดขึ้นมาด้วยเสียงอันดังว่า .....

.
.
.

" เธอผ่านการทดสอบแล้ว!!!!! "

นิทานเรื่องนี้ (ความจริงแล้วอิงมาจากเรื่องจิง) สอนให้รู้ว่า ..... พลังอำนาจจิตที่ยิ่งใหญ่สำแดงเดชออกมาได้ด้วยการลงมือทำเสมอ!!!!!!

Think and Do it Now!!!!!



การสะกดจิต สะกดจิตบำบัด NLP เอ็นแอลพี จิตบำบัด สะกดจิตบำบัด เอ็นแอลพี โปรแกรมภาษาระบบประสาท
การสะกดจิต สะกดจิตบำบัด NLP เอ็นแอลพี จิตบำบัด สะกดจิตบำบัด เอ็นแอลพี โปรแกรมภาษาระบบประสาท
การสะกดจิต สะกดจิตบำบัด NLP เอ็นแอลพี จิตบำบัด สะกดจิตบำบัด เอ็นแอลพี โปรแกรมภาษาระบบประสาท
การสะกดจิต สะกดจิตบำบัด NLP เอ็นแอลพี จิตบำบัด สะกดจิตบำบัด เอ็นแอลพี โปรแกรมภาษาระบบประสาท




ศูนย์ให้คำปรึกษาและสะกดจิตบำบัด

เด็กติดเกมที่ไม่ใช่แค่เรื่องเด็กเล่นเกม

เด็กติดเกมไม่ใช่เรื่องแค่ติดเกมหรือไม่ติดเกม?

ก่อนอื่นเราต้องทราบความจริงที่น่าประหลาดประการหนึ่งก่อนก็คือ "โดยธรรมชาติแล้วสมองของเด็ก 9 จะขวบมีปริมาณเซลล์สมองมากกว่าสมองของเด็ก 15 ขวบ"

ทำไมจึงเป็นอย่างนั้น? เกิดอะไรขึ้นทำไมเซลล์สมองจึงลดจำนวนลงแทนที่จะเพิ่มจำนวนขึ้น? ธรรมชาติทำอะไรกับสมองของเด็ก?

คำอธิบายก็คือ .... เมื่อเด็กอายุ 9 ขวบ สมองของเด็กจะอัดแน่นไปด้วยเซลล์สมอง (Neurons) ปลายประสาท (Synapses) และวงจรประสาท (Neural Networks) จำนวนมาก มากเสียจนรกมากเกินไป ดังนั้นธรรมชาติจึงเริ่มกระบวนการสลายวงจรประสาทที่ไม่ค่อยได้ใช้งานทิ้งออกไปเสียบ้าง และอนุรักษ์วงจรประสาทที่ใช้งานบ่อยกว่าเอาไว้ (นี่เป็นเหตุผลว่าความทรงจำวัยเด็กของเรามันหยายไปไหนหมด)

หากเปรียบสมองเป็นเหมือนคอมพิวเตอร์กระบวนการนี้ก็คือการทำ Defragment ตัวเองครั้งใหญ่นั่นเอง

โดยเฉพาะกับสมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับการคาดการณ์ล่วงหน้า การวางแผน และการค้นหาทางเลือกด้วยเหตุและผล (สมองส่วนนี้ทำให้เรามีความแตกต่างออกไปจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั่วไป) จะเกิดกระบวนย่อยสลายที่ว่านี้ด้วยครั้งใหญ่

ดังนั้นในช่วงเวลานี้ถ้าเด็กคนไหนเองแต่เล่นเกมหรือทำแต่กิจกรรมที่ไม่ค่อยสร้างสรรค์การเรียนรู้ชีวิต สมองก็จะอนุรักษ์วงจรสำหรับกิจกรรมพวกนี้เอาไว้ โดยหันไปย่อยสลายวงจรประสาทสำหรับกิจกรรมอื่นๆ แทน

ดังนั้นสำหรับปัญหาเด็กติดเกมจึงไม่ใช่แค่เรื่องเด็กติดหรือไม่ติดเกม แต่เป็นเรื่องการสูญเสียความสามารถขั้นสูงบางประการของสมองส่วนหน้าไปอย่างไม่มีหวนกลับต่างหาก

อ้างอิงจาก : หนังสือ 100 ปีการ์ตูนไทย จากสยามคลาสสิกสู่ไทยโมเดิร์น ของนายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ สำนักพิมพ์ มติชน


การสะกดจิต สะกดจิตบำบัด NLP เอ็นแอลพี จิตบำบัด สะกดจิตบำบัด เอ็นแอลพี โปรแกรมภาษาระบบประสาท
การสะกดจิต สะกดจิตบำบัด NLP เอ็นแอลพี จิตบำบัด สะกดจิตบำบัด เอ็นแอลพี โปรแกรมภาษาระบบประสาท
การสะกดจิต สะกดจิตบำบัด NLP เอ็นแอลพี จิตบำบัด สะกดจิตบำบัด เอ็นแอลพี โปรแกรมภาษาระบบประสาท
การสะกดจิต สะกดจิตบำบัด NLP เอ็นแอลพี จิตบำบัด สะกดจิตบำบัด เอ็นแอลพี โปรแกรมภาษาระบบประสาท




ศูนย์ให้คำปรึกษาและสะกดจิตบำบัด