มนุษย์ต้องการการสัมผัสทางร่างกายอย่างมาก และเมื่อเติบโตขึ้นจึงเปลี่ยนมาเป็นความต้องการการสัมผัสทางใจ ซึ่งเรียกว่า “ความเอาใจใส่” (Stroke) โดยบุคคลจะแสวงหาความเอาใจใส่จากผู้อื่น และให้ความสนใจผู้อื่นทั้งทางกายและทางใจ เช่น การโอบกอด กุมมือ แสดงด้วยสายตาห่วงใย หรือแม้แต่การกระทำความผิดใด ๆ เพื่อให้ได้รับคำตำหนิ นั่นหมายความว่าเขาได้รับความเอาใจใส่เช่นกัน
The Counseling and Hypnotherapy Center(CHC) ศูนย์ให้คำปรึกษาและการสะกดจิตบำบัด บำบัดและแก้ไขปัญหาสุขภาพจิต ปัญหาชีวิตคู่ ปัญหาครอบครัว ด้วยวิธีการให้คำปรึกษา(Counseling) และการสะกดจิตบำบัด(Hypnosis)
วันศุกร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2554
TA: Ego State (วิธีปรับตัว)
วิธีการปรับตนให้เข้ากับผู้อื่นด้วยการวิเคราะห์ปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
ในการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลจะทำให้ทราบถึงสภาวะของบุคลิกภาพของแต่ละคน ถ้าเราต้องการให้เขาปรับเปลี่ยนสภาวะที่เหมาะสม เพื่อทำให้เขาเป็นที่ยอมรับของกลุ่ม อาจใช้วิธีการดังต่อไปนี้
TA: Ego State (Child State)
สภาวะความเป็นเด็ก (Child Ego State : C)
หมายถึง สภาวะแห่งความเป็นเด็ก ที่มีความรื่นเริง สนุกสนาน อยากรู้อยากเห็น มีความสงสัยประหลาดใจ และความหวาดกลัว พยายามจะแสวงหาที่พึ่ง ผู้ช่วยเหลือ ขาดความมั่นใจในตัวเอง อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย บุคคลที่มีสภาวะนี้จะเคยใช้พฤติกรรมเหล่านี้เพื่อตอบสนองความต้องการของตนเอง และได้ผลมาแล้วจึงทำเสมอ ๆ แม้เมื่ออายุมากขึ้น เช่น เมื่อเด็ก ๆ ร้องไห้ต้องการของเล่นพ่อแม่ก็จะซื้อให้ เมื่อโตก็จะใช้การร้องไห้เพื่อต่อรองคนใกล้ชิด สภาวะนี้แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ
TA: Ego State (Adult State)
สภาวะความเป็นผู้ใหญ่ (Adult Ego State : A)
หมายถึง สภาวะที่ได้จากการ ประมวลข้อมูลจากสภาวะความเป็นพ่อแม่ และความเป็นเด็กในส่วนของความเป็นจริงและถูกต้อง มีการพัฒนาและปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโดยไม่ใช้อารมณ์ จะมุ่งพัฒนาและอยู่บนพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ที่มีความเสมอภาคต่อกัน ตัวอย่างเช่น การแข่งขันควานของเด็กวัย 11 เดือน พ่อแม่จะนำสิ่งของที่เด็กชอบไปไว้ที่จุดหมายปลายทาง เด็กจะคลานโดยเร็วเพื่อหยิบของที่เขาชอบ สภาวะความเป็นผู้ใหญ่นี้จะได้จากการสังเกต เรียนรู้ และจดจำข้อมูลรอบข้างนั่นเอง บุคคลที่มีสภาวะความเป็นผู้ใหญ่จะตัดสินใจจากข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับ มุ่งสู่ความเป็นจริงและถูกต้อง จึงทำให้เกิดความศรัทธาและเชื่อถือ
TA: Ego State (Parent State)
1.1 สภาวะความเป็นพ่อแม่ (Parent State : P)
หมายถึง การแสดงออกของบุคคลที่มีลักษณะคล้ายพ่อแม่ หรือคนใกล้ชิดที่เคยแสดงกับเขามาก่อน เช่น พูดคำพูดแบบเดียวกัน “นี่เธอ” “ลูกคะ” หรือทำท่าทาง “ท้าวสะเอว” “มองด้วยสายตาดูถูก” “มองด้วยสายตารักใคร่” สภาวะนี้จะเกิดขึ้นตั้งแต่ 5 ปีแรก โดยบุคคลจะเรียนรู้สภาพแวดล้อมจากคนที่ใกล้ชิด และเก็บรวมรวมไว้โดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ เพราะวัยเด็กยังไม่สามารถแยกหรือสร้างความหมายที่ถูกต้องได้ เช่น ถ้าคนใกล้ชิด แสดงความรัก โอบกอด พูดจาอ่อนหวาน เด็กก็จะบันทึกภาพนั้นไว้ด้วยความอบอุ่น แต่ถ้าพ่อแม่มีพฤติกรรมตรงข้าม แสดงความโกรธ หงุดหงิด เสียงดัง ดุด่า เด็กก็จะหวาดกลัว และมีคำสั่งสอนหลาย ๆ อย่างติดตามมาด้วยเสียงดัง เกรี้ยวกราด และใช้คำว่า “อย่า” เสมอ ๆ เด็กก็จะบันทึกไว้และมีแนวโน้มที่จะยอมรับทัศนคติต่าง ๆ ของพ่อแม่ไว้อย่างเชื่อมั่น และเมื่อเติบโต บุคคลก็จะปฏิบัติตัวเช่นเดียวกับพ่อแม่ หรือคนใกล้ชิดนั้น สภาวะความเป็นพ่อแม่ออกเป็น 2 ลักษณะ คือ
Transactional Analysis (TA): ความเชื่อเกี่ยวกับมนุษย์
- มนุษย์มีความสามารถเอาชนะนิสัยที่เคยชิน
- รู้จักเลือกเป้าหมายใหม่ แม้ว่าจะเคยตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของความต้องการและข้อเรียกร้องของผู้ที่มีความสำคัญในอดีต
- การตัดสินใจต่าง ๆ สามารถทบทวน ท้าทาย และเปลี่ยนแปลงหากพบว่าไม่มีความเหมาะสม
- มนุษย์เป็นผู้ที่รู้จักเลือกและไม่ยึดติดกับอดีต
Projective Test: แบบการแสดงออก
1. Projective Drawing Test
การทดสอบที่ใช้การวาดภาพแบบฉายภาพจิต(Projective Drawing Tests) มีอยู่หลายชนิด ซึ่งชนิดที่นิยมใช้ในปัจจุบันได้แก่
- Draw-A-Person Test (D-A-P)
Draw-A-Person test เป็นเทคนิคที่ใช้ในการวินิจฉัยและมุ่งเน้นที่การศึกษาในเรื่องพลศาสตร์ของบุคลิกภาพบุคลิกลักษณะที่ได้จากการวาดภาพคนเชื่อว่าเป็นสิ่งสะท้อนถึงแนวคิดเกี่ยวกับตน หรือ อัตมโนทัศน์ (self concept) จากสมมุติฐานที่ว่าภาพวาดคนแสดงถึงการสะท้อนสิ่งที่อยู่ภายในจิตไร้สำนึกในลักษณะที่บุคคลนั้นเห็นตนเองเป็นเช่นไร เช่นขณะที่มีความวิตกกังวลสูง ลายเส้นของภาพจะสั่น ขาดความลื่นไหล ขณะซึมเศร้าลายเส้นของภาพวาดจะบางเบา คนที่ก้าวร้าวอาจจะวาดภาพนิ้วมือมีเล็บคล้ายเล็บสัตว์
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)