
The Counseling and Hypnotherapy Center(CHC) ศูนย์ให้คำปรึกษาและการสะกดจิตบำบัด บำบัดและแก้ไขปัญหาสุขภาพจิต ปัญหาชีวิตคู่ ปัญหาครอบครัว ด้วยวิธีการให้คำปรึกษา(Counseling) และการสะกดจิตบำบัด(Hypnosis)
วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2559
วันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2556
Hypnobirth
การสะกดจิตบำบัดเพื่อลดความเจ็บปวดจากการคลอดลูกด้วยวิธีธรรมชาติ (Hypnobirth)
Hypnobirth หรือ การสะกดจิตบำบัดเพื่อลดความเจ็บปวดจากการคลอดลูกด้วยวิธีธรรมชาติ
เป็นการสะกดจิตบำบัดที่มีจุดประสงค์ในการช่วยเหลือคุณแม่ทั้งหลายให้สามารถคลอดลูกเองโดยวิธีธรรมชาติ
โดยไม่จำเป็นต้องตื่นกลัวหรือเจ็บปวดแต่อย่างใด โปรแกรม hypnobirth ถูกออกแบบมาเพื่อมอบคำแนะนำให้กับจิตใต้สำนึกของเหล่าคุณแม่ให้เชื่อมั่นในวิถีของธรรมชาติ
เมื่อความเชื่อมั่นเกิดขึ้นร่างกายและจิตใจก็จะสามารถผ่อนคลายได้แม้กระทั่งในช่วงเวลาที่เจ้าตัวน้อยกำลังจะออกมาสู่โลกใบนี้
โปรแกรมนี้สามารถช่วยให้คุณแม่คลอดลูกตามวิธีธรรมชาติได้ด้วยความภาคภูมิใจ สงบ
ผ่อนคลาย อบอุ่น และสามารถควบคุมตนเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้พวกเธอได้ดื่มด่ำกับรางวัลที่ธรรมชาติได้มอบให้อย่างเต็มที่
จดจำช่วงเวลาที่แสนจะน่าประทับใจได้ในทุก ๆ วินาทีโดยไม่ต้องผ่านการกรีดร้องอย่างเจ็บปวดอีกต่อไป
ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา การทำ hypnobirth หรือการสะกดจิตบำบัดเพื่อคลอดลูกกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่คุณแม่ทั้งหลายที่ประเทศอังกฤษ
แม้กระทั่งเจ้าหญิงเคท มิดเดิลตัลเองก็ใช้โปรแกรม hypnobirth เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาความเจ็บปวดระหว่างคลอดเช่นกัน
แม่ ๆ ที่ใช้โปรแกรม hypnobirth นี้ จะสามารถคลอดลูกเองแบบธรรมชาติโดยเจ็บปวดน้อยที่สุดโดยไม่จำเป็นต้องใช้ยาระงับความปวดใด
ๆ ทั้งสิ้น ในขณะที่หลาย ๆ คนแทบจะไม่มีความเจ็บปวดเลยด้วยซ้ำ โปรแกรมนี้ช่วยให้พวกเธอสามารถเข้าใจถึงสิ่งที่พวกเธอ
(และร่างกายของเธอ) กำลังจะต้องเจอ พวกเธอจะสามารถเอาชนะความหวาดกลัว
ความวิตกกังวลต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง สิ่งเหล่านี้จึงช่วยให้บรรดาคุณแม่ ๆ
ที่ใช้โปรแกรม hypnobirth สามารถผ่านประสบการณ์อันสวยงามที่สุดที่ธรรมชาติได้สรรค์สร้างมาให้กับพวกเธออย่างสงบ
ผ่อนคลาย และปลอดภัยอย่างไม่น่าเชื่อ
สิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดของโปรแกรม hypnobirth ไม่ได้อยู่ที่การทำให้คุณแม่สามารถคลอดลูกเองโดยไม่ต้องเจ็บปวด
แต่ความน่าทึ่งของมันอยู่ที่ลูกน้อยของพวกเธอต่างหาก เมื่อการคลอดเป็นการคลอดที่แสนสงบ
อ่อนโยน และปลอดจากยาสำหรับคุณแม่ นั่นก็หมายถึงมันย่อมเป็นการคลอดที่แสนสงบ
อ่อนโยน และปลอดจากยาสำหรับเจ้าตัวน้อยของพวกเธอเช่นกัน การคลอดเป็นประสบการณ์แรกของทารกทุก ๆ คน
และประสบการณ์แรกนี้ย่อมเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับชีวิตของพวกเขาในอนาคต
เมื่อการคลอดเป็นไปอย่างสงบ
มันจึงทำให้เหล่าทารกมีแนวโน้มที่จะเป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย สงบ พัฒนาการไว หลับง่าย
และโตเร็ว
โปรแกรมนี้ได้พิสูจน์ตัวเองหลายต่อหลายครั้งแล้วว่ามันสามารถช่วยให้คุณแม่ทั้งหลายสามารถมีประสบการณ์คลอดตามธรรมชาติได้อย่างสงบ
เหมาะสม และยอดเยี่ยมที่สุด
ศูนย์ให้คำปรึกษาและสะกดจิตบำบัด
วันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ความถนัดของระบบประสาท
คนเราเกิดมาด้วยถนัดที่แตกต่างก ัน การใช้งานระบบประสาทในการรับรู้ และเข้าใจถึงสิ่งต่างๆ ในคนแต่ละคนก็มีความถนัดที่แตกต่างกันออกไป
ใน NLP แบ่งความถนัดในการใช้ระบบประสาท รับรู้ข้อมูลต่างๆ ของมนุษย์อกเป็น 3 พวกใหญ่ๆ ด้วยกัน คือ ถนัดการรับรู้ด้วยภาพ(V) ถนัดการรับรู้ด้วยเสียง(A) ถนัดการรับรู้ด้วยสัมผัส(K)
คนเราโดยส่วนใหญ่ถนัดการรู้ด้วย ภาพมากที่สุด ทั้งนี้ก็เพราะว่าในชีวิตประจำวันเราใช้ประสาทสายตาในการรับรู้สิ่งต่างๆ มากที่สุด การทำความเข้าใจด้วยการมองเห็นจึงเป็นความถนัดที่คนส่วนใหญ่มี ดังนั้นอย่างแปลกใจที่การบรรยาย อธิบายต่างๆ จึงมีคำแนะนำให้มีภาพประกอบควบคู่ไปด้วยเพื่อเร่งกระบวนการเรีย นรู้ของผู้รับให้เกิดประสิทธิภา พมากที่สุด
คนอีกส่วนหนึ่งถนัดการรับรู้ด้ว ยเสียง คำว่าเสียงในที่นี้เสียงที่เราไ ด้ยินและเสียงที่เกิดจากการนึกคิดทบทวนภายในหัวของเรา ดังนั้นสำหรับคนกลุ่มนี้ เหตุผล ข้อมูล รวมไปถึงการตั้งคำถามต่างๆ จึงเป็นตัวกระตุ้นให้เขาเกิดการ ซึมซับการเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่
อีกส่วนหนึ่งซึ่งอาจจะน้อยที่สุ ดนั่นก็คือถนัดทางการสัมผัส หมายถึงจะต้องมีการสัมผัสหรือลง มือทำด้วยตนเองจึงจะเข้าถึงการเ รียนรู้ได้อย่างเต็มที่
การใช้สื่อให้ถูกต้องกับความถนั ดของผู้รับสารนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าต้องการให้การสื่อสารมันง่าย ก็ควรเลือกใช้สื่อที่ถูกต้องกับ ความถนัดของผู้รับสารด้วยครับ
ใน NLP แบ่งความถนัดในการใช้ระบบประสาท
คนเราโดยส่วนใหญ่ถนัดการรู้ด้วย
คนอีกส่วนหนึ่งถนัดการรับรู้ด้ว
อีกส่วนหนึ่งซึ่งอาจจะน้อยที่สุ
การใช้สื่อให้ถูกต้องกับความถนั
ศูนย์ให้คำปรึกษาและสะกดจิตบำบัด
Hypnosis and Neuro Science
ถ้ามองในมุมมองของประสาทวิทยา (Neuro Science) เมื่อสมองของเราได้เรียนรู้สิ่ง ต่างๆ มันจะสร้างสารสื่อประสาทหรือนิว รอนขึ้นมาบันทึกข้อมูลเหล่านั้น เอาไว้ เมื่อสมองของเราทำงานมันจะเรียก ข้อมูลต่างๆ กลับมาใช้ใหม่จากบรรดานิวรอนนับ ล้านๆ ตัวที่เราได้สะสมเอาไว้ (ดังนั้นเราจึงไม่สามารถทำอะไรก ็ตามที่เรายังไม่เคยรู้ได้)
ถ้าเราได้เรียนรู้เรื่องนั้นซ้ำ ๆ หรือมีการใช้งานข้อมูลเรื่องนั้ นบ่อยๆนิวรอนที่บรรจุข้อมูลนั้นเอาไว้ ก็จะเจริญเติบโตขึ้นตามจำนวนครั ้งที่มันถูกใช้งานหรือได้รับการ บันทึกซ้ำ
ในที่สุดเมื่อนิวรอนตัวนั้นเจริ ญเติบโตจนถึงจุดหนึ่ง มันก็จะเริ่มทำงานแบบอัตโนมัติ ทำงานอย่างรวดเร็ว ก่อนและเหนื่อนิวรอนตัวอื่นๆ
นั่นคือจุดที่เกิดสิ่งที่เรียกว ่าจิตใต้สำนึก
สำหรับกระบวนการ Hypnosis มันว่าด้วยเรื่องของการสร้างนิว รอนตัวหนึ่งขึ้นมา และเลี้ยงมันให้โตที่สุดด้วยระย ะเวลาที่สั้นที่สุดเท่าที่เราจะ ทำได้ โดยผ่านเงื่อนไขกระบวนการต่างๆ ที่เราทำในระหว่างทำ Hypnosis ครับ
ถ้าเราได้เรียนรู้เรื่องนั้นซ้ำ
ในที่สุดเมื่อนิวรอนตัวนั้นเจริ
นั่นคือจุดที่เกิดสิ่งที่เรียกว
สำหรับกระบวนการ Hypnosis มันว่าด้วยเรื่องของการสร้างนิว
ศูนย์ให้คำปรึกษาและสะกดจิตบำบัด
NLP Notation Strategy
• V = Visual การมองเห็นภาพ
• Vi = Visual Internal การมองเห็นจากภายใน
• Ve = Visual External การมองเห็นภาพจากภายนอก
• Vir = Visual Internal Remember การมองเห็นจากภายในด้วยความทรงจ
• Vic = Visual Internal Constructed การมองเห็นจากภายในด้วยการสร้าง
• Vd = Visual Digital การมองที่ผสมผสานกันระหว่างความ
• A = Auditory การได้ยินเสียง
• Ai = Auditory Internal การได้ยินเสียงจากภายใน
• Ae = Auditory External การได้ยินเสียงจากภายนอก
• Air = Auditory Internal Remember การได้ยินเสียงจากภายในด้วยความ
• Aic = Auditory Internal Constructed การได้ยินเสียงจากภายในด้วยการส
• At = Auditory Tonal เสียงที่ได้ยิน
• Ad = Auditory Digital ถ้อยคำที่ได้ยิน
• Aid = Auditory Internal Dialogue เสียงพูดกับตัวเอง
• K = Kinesthetic การรู้สึกสัมผัส
• Ki = Kinesthetic Internal การรู้สึกสัมผัสจากภายใน
• Ke = Kinesthetic External การรู้สึกสัมผัสจากภายนอก
• Kir = Kinesthetic Internal Remember การรู้สึกสัมผัสจากภายในด้วยควา
• Kic = Kinesthetic Internal Constructed การรู้สึกสัมผัสจากภายในด้วยการ
• K+ = Kinesthetic Positive ความรู้สึกที่เป็นบวก รู้สึกดี
• K- = Kinesthetic Negative ความรู้สึกที่เป็นลบ รู้สึกไม่ดี
• Km = Feeling about the last step (Meta Feelings) ความรู้สึกสุดท้าย
ศูนย์ให้คำปรึกษาและสะกดจิตบำบัด
Double Bind
สมัยก่อนจำได้ว่าไปกินข้าวแถวๆท่าพระจันทร์ พอสั่งข้าวเสร็จลุงเจ้าของร้านที่เป็นคนรับออเดอร์ก็ยิงคำถามมา ว่า "ชาดำเย็นหรือโค้กครับ" ยิงมาแบบนี้ จะหาคนรอดตายตอบว่าน้ำแข็งเปล่า ได้นั้นคงจะมีไม่เยอะนัก กลยุทธการเพิ่มยอดของลุงแกที่ว่ านี้ก็คือสิ่งที่เรียกว่า Double Bind ใน NLP ซึ่งปรากฏอยู่ทั้่งใน Meta Model และ Milton Model
คำว่า Double Bind นั้นหมายถึงการที่เรากำลังถูกบีบบังคับด้วยทางเลือกเพียง 2 ทาง ซึ่งทำให้เราต้องเลือกอย่างหนึ่ งอย่างใดด้วยความจำยอม ซึ่ง NLP มองว่าโดยพื้นฐานแล้วมันเป็นสัญ ญาณของปัญหา
วอจิเนีย ซเทียร์ ปรมาจารย์นักครอบครัวบำบัดผู้เป็นหนึ่งในโมเดลที่สำคัญของ NLP กล่าวว่า มันจะดีเสมอถ้าเรามีทางเลือกมาก กว่าสองขึ้นไป การมีแค่สองหรือน้อยกว่านั้นเป็ นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่เรียกว่า ปัญหา
ในจิตใจของเราก็เช่นกัน บ่อยครั้งที่เราปล่อยให้เกิดสภา วะ Double Bind ขึ้น คือกำหนดทางเลือกเอาไว้แค่สองทา งอย่างตายตัว ไม่สามารถปรับเปลี่ยนยืดหยุ่นไป สู่ทางเลือกที่สามได้ ซึ่งมันจะแสดงออกมาในรูปของคำพู ดที่ใช้กล่าวถึงปัญหาบางอย่าง เช่น
"ถ้าฉันไม่ทำแบบนั้น ฉันก็ต้องแย่" คือมีแค่สองทางระหว่างทำอย่างนั้นกับแย่ ไม่มีอย่างนู้น อย่างโน้น อย่างนี้หรืออย่างไหนให้เป็นตัว เลือกเพิ่มเติมอีก
ใน Meta Model ของ NLP แนะนำให้ทำลายความเป็น Double Bind ในใจทิ้งไปด้วยคำถามที่กระตุ้นเ ตือนให้รู้ว่ามันไม่จำเป็นจะต้อ งมีแค่สองทาง ทางอื่นๆ ก็มีได้ถ้ายอมยืดหยุ่นเสียหน่อย เมื่อสภาวะ Double Bind ถูกทำลายไป ปัญหาความยุ่งยากในใจก็ถูกคลี่ค ลายตามไปด้วย
ส่วน Milton Model ของ NLP นั้นทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม เพราะบ่อยครั้งในภาวะการสะกดจิต (Hypnosis) นักสะกดจิตจะใช้ถ้อยคำในลักษณะที่เป็น Double Bind เพื่อบีบให้ผู้รับการสะกดจิตยอม จำนนต่อตัวเลือกที่พวกเขาสร้างขึ้นน ซึ่งไม่ว่าจะเลือกอันไหนก็เข้าท างทั้งนั้น
ไม่ต่างอะไรจากคุณลุงเจ้าของนั้ นเลย
คำว่า Double Bind นั้นหมายถึงการที่เรากำลังถูกบีบบังคับด้วยทางเลือกเพียง 2 ทาง ซึ่งทำให้เราต้องเลือกอย่างหนึ่
วอจิเนีย ซเทียร์ ปรมาจารย์นักครอบครัวบำบัดผู้เป็นหนึ่งในโมเดลที่สำคัญของ NLP กล่าวว่า มันจะดีเสมอถ้าเรามีทางเลือกมาก
ในจิตใจของเราก็เช่นกัน บ่อยครั้งที่เราปล่อยให้เกิดสภา
"ถ้าฉันไม่ทำแบบนั้น ฉันก็ต้องแย่" คือมีแค่สองทางระหว่างทำอย่างนั้นกับแย่ ไม่มีอย่างนู้น อย่างโน้น อย่างนี้หรืออย่างไหนให้เป็นตัว
ใน Meta Model ของ NLP แนะนำให้ทำลายความเป็น Double Bind ในใจทิ้งไปด้วยคำถามที่กระตุ้นเ
ส่วน Milton Model ของ NLP นั้นทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม เพราะบ่อยครั้งในภาวะการสะกดจิต
ไม่ต่างอะไรจากคุณลุงเจ้าของนั้
ศูนย์ให้คำปรึกษาและสะกดจิตบำบัด
วันศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
The Fundamental of Hypnosis and NLP 2556 / 1
ภาพจากงานอบรม The Fundamental of Hypnosis and NLP
รุ่นที่ 1 ประจำปี 2556ณ. The Counseling and Hypnotherapy Center(CHC) สุขุมวิท 64
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


