วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2554

จิตใต้สำนึกและภาษากาย (Subconscious Mind and Body Language)

มนุษย์เราแบ่งองค์ประกอบความมีชีวิตออกเป็นสอนส่วนด้วยกันคือ "จิต" (Mind) และ "กาย" (Body) คำว่าจิตก็คือผลการทำงานของสมองของเรา เมื่อสมองได้รับข้อมูลจากภายนอกผ่านทางระบบประสาทสัมผัสทั้งห้าอันได้แก่ หู ตา จมูก ลิ้น และกายสัมผัส เมื่อข้อมูลเหล่านี้เกิดการลำเลียงไปสู่สมองโดยผ่านทางระบบประสาท สมองก็จะทำการประผลแล้วตอบสนองออกมาในรูปของข้อมูลโดยส่งกลับไปทางระบบประสาทเพื่อสั่งการอวัยวะส่นต่างๆ ต่อไป


ซิคมัน ฟรอยด์ ปรมาจารย์จิตวิทยาแนวจิตวิเคราะห์ได้ทำการศึกษาวิจัยและแบ่งแยกจิตของมนุษย์ออกเป็นสองส่วนด้วยกัน คือ "จิตสำนึก" (Conscious Mind) และ "จิตใต้สำนึก" (Subconscious Mind) โดยจิตสำนึกจะเป็นการทำงานในส่วนของการใช่ตรรกะคิดวิเคราะห์ การใช้เหตุผล และการมีสำนึกรู้ถูกผิด ในขณะที่จิตใต้สำนึกเป็นการทำงานในส่วนของอารมณ์ ความต้องการ รวมไปถึงสัญชาติญาณต่างๆ โดยใต้จิตสำนึกจะเป็นจิตส่วนใหญ่ในขณะที่จิตสำนึกเป็นเพียงจิตส่วนน้อยเท่านั้น

จิตใจของคนเราทำงานโดยอาศัยจิตทั้งสองส่วนนี้ทำงานประสานกัน แต่โดยปรกติแล้วจิตใต้สำนึกจะถูกจิตสำนึกเป็นตัวควบคุมอยู่เสมอเนื่องจากเราอยู่ในสังคมที่ค่อนข้างมีจารีตหรือกฏกติกาการดำรงค์ชีวิตที่ชัดเจน ความรู้สึกหรือความต้องการที่แท้จริงอันเป็นผลการทำงานจากจิตใต้สำนึกไม่สามารถแสดงออกได้อย่างอิสระ เช่นสมมุติว่ามีชายคนหนึ่งเดินอยู่ในห้างสรรพสินค้าดังกลางกรุงเทพ แล้วจู่ๆ ก็เกิดไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งหน้าตา รูปร่าง ผิวพันธ์ดี แต่ตัวแบบประหยัดทรัพยากรโลกอีกต่างหาก ในทันใดนั้นเองจิตใต้สำนึกในส่วนของสัญชาติญาณการสืบพันธุ์ก็ทำงานในทันที แต่เนื่องจากชายคนนี้เป็นคนที่ได้รับการศึกษามาเป็นอย่างดี คุ้นเคยกับการอยู่ในจารีตและกฏเกณของสังคมเมืองเป็นอย่างดี และก็รู้ตัวเองดีว่านี่กำลังอยู่กลางห้าง ดังนั้นตรรกะในส่วนนี้ที่เป็นผลจากการทำงานของจิตสำนึกจึงเข้ามาควบคุมไม่ให้ผลจากจิตใต้สำนึกแสดงตนออกมา พฤติกรรมที่ได้จึงกลายเป็นว่าชายคนนี้ไม่ได้แสดงออกพฤติกรรมอะไรออกมาทั้งสิ้น  แต่ถ้าหากว่าปริมาณของข้อมูลที่จิตใต้สำนึกผลิตออกมามีปริมาณมากจนเริ่มมีปริมาณมากพอที่จะไปงัดข้อกับจิตสำนึกได้ พฤติกรรมที่จะแสดงออกมาก็จะมีลักษณะที่คล้อยตามความต้องการของจิตใต้สำนึกมากขึ้น แต่ก็ยังถูกควบคุมโดยจิตสำนึกอยู่ดี เช่นชายคนนี้อาจจะเดินเข้าไปจีบหญิงสาวคนนั้น พูดจาของเบอร์โทรศัพท์ ขออีเมล บีบีพินอะไรก็ว่าซึ่งทั้งหมดนี้ก็ยังคงอยู่ในกรอบของจารีตสังคมซึ่งการทำงานของจิตสำนึก แต่โดยลึกแล้วก็เพื่อขยายผลไปสู่กิจกรรมผสมพันธุ์ตามต้องการของจิตใต้สำนึกต่อไป เว้นแต่ว่าชายคนนี้อยู่ในสภาวะไม่ปรติทางจิต (เช่นเมายาหรือป่วยทางจิต) หรือว่ามีสิ่งเร้าอื่นๆ ที่จะมากระตุ้นให้การทำงานของจิตใต้สำนึกเพิ่มปริมาณจนสามารถเอาชนะจิตสำนึกได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด (เช่นไม่ได้อยู่ห้างแต่อยู่ในป่าเปลี่ยว และประกอบกับว่าเป็นคนที่มีศีลธรรมน้อยอยู่แล้ว) พฤติกรรมที่ชายคนนี้จะแสดงออกไปตามผลการทำงานของจิตใต้สำนึกอย่างสุดโต่งแทน เกิดเป็นการฉุดคร่าอนาจารขึ้นมาได้

โดยภาวะปรติถึงแม้ว่าผลจากจิตใต้สำนึกจะถูกจิตสำนึกกดทับไว้ไม่ให้แสดงออกมาได้อย่างสมบูรณ์ แต่ข้อมูลต่างๆ ที่จิตใต้สำนึกได้ผลิตขึ้นมาจะถูกกระจายไปในระบบประสาทส่วนต่างๆ ของร่างกายในทันทีที่เกิดการประมวลผลขึ้นในสมอง ข้อมูลที่กระจายไปตามระบบประสาทเหล่านี้ทำให้เกิดพฤติกรรมทางร่างบางอย่างขึ้น เรียกว่า "ภาษากายที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ" เช่นเมื่อชายคนเดิมนั่นแหละ มองเห็นหญิงสาวที่ถูกใจแล้วกลไกการผสพันธุ์ในจิตใต้สำนึกมันทำงานขึ้น ถึงแม้ว่าจิตสำนึกของเขาจะสามารถกดทับจิตใต้สำนึกสำนึกเอาไว้อย่างสมบูรณ์ แต่ความจริงแล้วร่างกายของเขาก็มีการตอบสนองต่อผลจากจิตใต้สำนึกโดยอัตโนมัติ ถึงแม้จะดูเหมือนว่าไม่มีการตนองอะไรเกิดขึ้น แต่ความจริงหัวใจของชายคนนี้เต้นแรงขึ้น เลือดก็สูบฉีดแรงขึ้นทำให้อุณหภูมิในร่างกายเปลี่ยแปลงอย่างรวดเร็ว ม่านตาก็ขยายมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน พฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นนี้ก็คือภาษากายที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติโดยที่ชายคนนั้นก็ไม่รู้ตัวหรือไม่สามารถควบคุมได้
นอกจากนี้ภาษากายที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติยังเป็นกลไกที่จิตใต้สำนึกใช้ในการระบายความรู้สึกหรือความต้องการของตัวเองออกมา เพราะโดยปรกติแล้วไม่ว่าจิตใต้สำนึกจะประมวลผลอะไรออกมาก็ตาม มันก็มักจะถูกจิตสำนึกกดทับเอาไว้ทั้งสิ้น ยิ่งเราอยู่ในสังคมที่กรอบกติกาที่แน่นหนาชัดเจน มีจาริตที่จุกจิกรอบด้าน ร่างกายของเราก็มีความจำเป็นที่จะต้องระบายความรู้สึกของตัวเองออกมา (บ้าง) โดยผ่านการแสดงออกเล็กๆ น้อยๆ ที่คนทั่วไปไม่อาจสังเกตเห็นหรือไม่อาจเข้าใจได้โดยตรง ยิ่งเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือเป็นเรื่องที่คนทั่วไปไม่สามารถเข้าใจได้ ระบบประสาทของเราก็ยิ่งสะดวกที่จะปลดปล่อยเอาความต้องการหรือความคิดเห็นส่วนลึกนั้นออกมา ตรงนี้ใครสามารถเก็บเกี่ยว สังเกตเห็น หรือตีความหมายออกมาได้ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อคนๆ นั้นอย่างแน่นอน



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น